skip to Main Content

ยังไม่ให้ประกันตัว 21 แกนนำม็อบ คุมตัวเข้มที่ ตชด. “พิธา” พาญาติ และ ส.ส.เข้าเยี่ยม

ตำรวจคุม 21 แกนนำคณะราษฎรอีสาน ที่ ตชด. ภาค 1 ตลอดคืน แจ้งข้อหาผิด พ.ร.บ.ชุมนุม “พิธา” นำทีม ส.ส.ก้าวไกล, ทนายความ และญาติเข้าเยี่ยม แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ให้ประกันตัว

ความคืบหน้าการจับกุม 21 แกนนำแนวร่วม กลุ่มคณะราษฎรอีสาน ที่ถูกควบคุมตัวไว้ภายใน กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 1 จังหวัดปทุมธานี เจ้าหน้าที่ทำการสอบปากคำทั้ง 21 คนตลอดทั้งคืนและมีการแจ้งข้อกล่าวหา เกี่ยวกับ พ.ร.บ.การชุมนุมโดยไม่ได้รับอนุญาตและข้อหาอื่นๆ ขณะที่กลุ่มญาติพ่อแม่ผู้ปกครองของผู้ต้องหาทั้ง 21 คนได้เดินทางติดต่อขอเข้าเยี่ยมบุตรหลานของตนเองที่ถูกจับกุมมา ควบคุมไว้ภายใน ตชด. ภาค 1 และได้มีการพูดคุยผ่านทางโทรศัพท์ สอบถามสภาพความเป็นอยู่

โดยมีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นางสาวเบญจา แสงจันทร์ ส.ส. พรรคก้าวไกล และทนายความจากศูนย์สิทธิมนุษยชน เดินทางมาให้กำลังใจพร้อมกับติดต่อ เพื่อขอใช้ตำแหน่ง ส.ส. ในการประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 21 คน

โดยเมื่อเวลาประมาณ 4 mุ่ม ที่ผ่านมา นายพิธาได้โพสต์ภาพหมู่ ถ่ายร่วมกับทั้ง 21 แกนนำ พร้อมระบุข้อความว่า

ในที่สุดก็ได้รับอนุญาตให้เข้าไปด้านในตึกตชด.ภาค1 พร้อมทนายและครอบครัว พวกเราได้พบกับผู้โดนจับกุม ทั้ง 21 คนปลอดภัย อาจจะต้องหยุดโพสต์ซักพักนะครับ จะมาอัพเดทเมื่อมีความคืบหน้า #หยุดคุกคามประชาชน #ม็อบ14ตุลา

ขณะที่ ทนายความจากจากศูนย์สิทธิมนุษยชน ได้ทวิตข้อความระบุว่า ช่วงเวลา 01.40 น. จนท.ตร.ได้ทำการตรวจร่างกาย จัดทำบันทึกจับกุมและทยอยแจ้งข้อกล่าวหา คณะราษฎรอีสาน ทั้ง 21 คน

พร้อมกันนี้ได้มีการเผยแพร่คลิปของ ไผ่ ดาวดิน ที่ฝากข้อความมาถึงประชาชน ที่ ติดตามสถานการณ์ยืนยันใช้สันติวิธี ความรุนแรงไม่ใช่ทางแก้ปัญหา

เวลา 03.30 น. จนท.ตร. ได้อ่านบันทึกจับกุมให้ผู้ต้องหา คณะราษฎรอีสาน ทั้ง 21 คนฟังในห้องควบคุมตัว ที่ ตชด.ภาค 1 โดยผู้ต้องหาทั้งหมดไม่ประสงค์ลงชื่อในบันทึกจับกุม เนื่องจากมีข้อโต้แย้งในข้อเท็จจริงขณะจับกุมตัว

ขณะที่ ทนายความสิทธิมนุษยชน ระบุว่าได้ติดต่อขอเข้าพบผู้ต้องหาทั้ง 21 คนและขอพูดคุยกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเรื่องของการขอประกันตัวแกนนำและแนวร่วมคณะราษฎรอีสานที่ถูกควบคุมตัวทั้งหมด เจ้าหน้าที่แจ้งว่าการดำเนินคดีแยกเป็น 3 ส่วน ผู้ต้องหา 1 คนเป็นเยาวชน อาจต้องพิจารณา ส่งศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ส่วน 19 คนข้อหาความผิด ต้องส่งศาลแขวง ส่วน ไผ่ ดาวดิน ซึ่งถูกแจ้งข้อหาที่มีอัตราโทษเกิน 5 ปี อาจต้องมีการพิจารณาส่งฝากขังที่ศาลอาญา ส่วนเรื่องของการประกันตัวนั้นจะมีการเสนอเรื่องไปยังผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม เพื่อพิจารณาในช่วงเช้าวันนี้ว่าจะให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้งหมดหรือไม่

ทั้งนี้ คณะราษฎร ได้มีการหารือกัน เรื่องของการชุมนุม แล้วได้แจ้งประชาสัมพันธ์ ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย โดยระบุว่า ทางกลุ่มคณะราษฎร เล็งเห็นว่าอาจมีกลุ่มบุคคลยึดครองพื้นที่ จึงได้เลื่อนเวลาชุมนุม จากเดิมคือเวลา 14.00 นาฬิกา มาเป็นเวลา 08.00 นาฬิกา เนื่องสถานการณ์ไม่ปกติ
นอกจากนี้ เมื่อเวลา 20.30 น. วานนี้ (13 ต.ค.) ที่บริเวณด้านหน้าศูนย์อาหารและบริการ 1 (คอมเพล็กซ์) มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้มีกลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นในชื่อกลุ่มดาวดิน พร้อมด้วยนักศึกษาจากคณะต่างๆ ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประมาณ 300 คน รวมตัวกันจัดกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ พร้อมทั้งอ่านแถลงการณ์ เรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน และแกนนำผู้เคลื่อนไหวทางการเมือง ภายหลังจากการถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา โดยผู้ชุมนุมได้มีการจุดเทียน และ ร้องเพลง เพื่อมวลชน ก่อนจะแยกย้ายกันกลับ โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที

 น.ส.วิศัลยา งามนา ตัวแทนกลุ่มดาวดิน กล่าวว่ากิจกรรมที่จัดขึ้นไม่ได้มีการวางแผนมาก่อนแต่อย่างใด แต่เป็นการรวมกันผ่านสื่อสังคมออนไลน์ หลังจากทุกๆคนได้ติดตามสถานการณ์การชุมนุมของทางคณะราษฎร์ที่กรุงเทพฯโดย มี ไผ่ ดาวดิน เป็นหนึ่งในแกนนำหลักสำคัญ แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่คุกคามสิทธิเข้าจับกุมพร้อมแกนนำคนอื่นๆอีกรวม 21 คน

 “พวกเราจึงมีการประกาศนัดหมายในเวลาดังกล่าวเพื่อจุดเทียนแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ให้มีการปล่อยไผ่ ดาวดิน พร้อมแกนนำคนอื่น ซึ่งกิจกรรมการชุมนุมที่ กทม. ในวันที่ 14 ต.ค. จะมีกลุ่มมวลชนเดินทางไปร่วมกิจกรรมในวันพรุ่งนี้เพิ่มเติมจากเดิมที่ได้เดินทางไปล่วงหน้า ส่วนความเคลื่อนไหว ในจังหวัดขอนแก่นทางกลุ่มดาวดินและเครือข่ายจะต้องประเมินสถานการณ์จากการชุมนุมใหญ่อีกครั้ง เนื่องจากนักศึกษาหลายคน ติดภารกิจการเรียน แต่มีความเป็นไปได้ที่จะจัดกิจกรรมคู่ขนานด้วย

Back To Top