skip to Main Content

ท่อก๊าซปตท.บึม เผาวินาศ ตาย 3 บาดเจ็บ 52 “บ้านรถ” วอดวาย เร่งสอบสาเหตุ

บึมสนั่นท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ฝังอยู่ในพื้นที่ว่างเปล่าห่างถนนเกือบ 100 เมตร ทำให้ท่อส่งก๊าซขนาด 36 นิ้ว โผล่พ้นพื้นดิน เพลิงพิโรธพวยพุ่งขึ้นฟ้าแดงฉาน ลูกไฟขนาดใหญ่ถูกลมหอบไปตกพื้นที่ข้างเคียง เผาผลาญบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างวอดวาย 34 หลัง มีคนถูกไฟคลอกเสียชีวิต 3 ศพ บาดเจ็บ 52 คน รถยนต์ รถ จยย.เสียหายกว่า 100 คัน ชาวบ้านวิ่งหนีตายโกลาหล รถดับเพลิงกว่า 20 คันเข้าระงับนานกว่าชั่วโมง กระทั่งเจ้าหน้าที่ ปตท.ตัดแยกระบบก๊าซ จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ รองอธิบดี ธพ. คาดสาเหตุรถแบ็กโฮเข้าไปขุดดินบริเวณแนวท่อ ส่วนสาเหตุที่แท้จริงอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ท่อส่งก๊าซธรรมชาติของ ปตท.บึมสนั่นเพลิงพิโรธย่างสดผู้เสียชีวิต 3 ศพ บาดเจ็บกว่าครึ่งร้อย รายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 22 ต.ค. ขณะที่ พ.ต.ต.พิทักษ์ โสนนอก สว. (สอบสวน) สภ.เปร็ง อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจนายอื่นๆ ปฏิบัติหน้าที่บนโรงพัก ได้ยินเสียงระเบิดตูมสนั่นดังมาจากที่ว่างเปล่าริมถนนเทพราช-ลาดกระบัง หมู่ 9 ต.เปร็ง ห่างโรงพักไม่ถึง 200 เมตร รีบออกมาดูพบเปลวเพลิงพวยพุ่งขึ้นฟ้าอย่างรุนแรง และถูกลมหอบไปตกพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้บ้านเรือน แม้กระทั่งรถยนต์และรถปิกอัพสายตรวจที่จอดอยู่ลานจอดรถด้านหน้าและข้างโรงพักยังเกิดไฟไหม้ติดไปด้วย พร้อมด้วย พ.ต.อ.ประเสริฐ บัวขาว ผกก. นำกำลังรุดไปยังจุดเกิดเหตุ

ขณะเดียวกัน ศูนย์กู้ชีพปราการแจ้งเหตุทางวิทยุ มีรถดับเพลิง อบต.เปร็ง และพื้นที่ข้างเคียงกว่า 20 คัน เจ้าหน้าที่รถกู้ชีพในพื้นที่ เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และหน่วยกู้ภัยในพื้นที่ จ.สมุทรปราการและ จ.ฉะเชิงเทรา รุดมาร่วมระงับเหตุและช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ พบว่าจุดเกิดเหตุเป็นที่ว่างอยู่จากผิวถนนประมาณ 100 เมตร เป็นแนวท่อส่งก๊าซธรรมชาติของ บมจ.ปตท. ฝังอยู่ใต้ดินลึก 5 เมตร ท่อส่งก๊าซขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 36 นิ้ว ถูกแรงระเบิดจนขาดโผล่ พ้นพื้นดิน เปลวไฟพุ่งออกจากท่ออย่างรุนแรง ส่งผลให้บ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างในรัศมี 200 เมตร ได้รับความเสียหายจากแรงอัดระเบิด บ้าน 8 หลัง ถูกไฟไหม้ รถยนต์และรถ จยย.ที่จอดอยู่ใกล้เคียงถูกเพลิงเผาผลาญอย่างน่ากลัว โรงเรียนเปร็งวิสุทธาธิบดี อยู่ห่างไปทางด้านหลังเกือบ 100 เมตร กระจกประตูหน้าต่างแตกเสียหายจำนวนหนึ่ง

แรงระเบิดยังทำให้สายไฟฟ้าแรงสูงขาดพาดขวางถนน เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าต้องทำการตัดกระแสไฟ ขณะที่มีผู้บาดเจ็บถูกไฟคลอกจำนวนมาก เจ้าหน้าที่กู้ชีพและกู้ภัยเร่งลำเลียงส่งโรงพยาบาลอย่างโกลาหล เจ้าหน้าที่เร่งอพยพชาวบ้านละแวกใกล้เคียงไปอยู่ที่ปลอดภัย มีคนถูกไฟคลอกเสียชีวิตบริเวณหน้าโรงเรียนเปร็งวิสุทธาธิบดี 1 ราย เป็นหญิงอายุ 80 ปี เจ้าหน้าที่ดับเพลิงระดมฉีดน้ำสกัดนานกว่า 1 ชั่วโมง กระทั่งเจ้าหน้าที่ ปตท.ปิดวาล์วตัดก๊าซจึงควบคุมเพลิงไว้ได้ ตรวจสอบเบื้องต้นบริเวณใกล้หลุมระเบิด มีรถแบ็กโฮ 1 คัน และรถปิกอัพ 1 คันถูกเพลิงเผาเสียหายทั้งคัน รวมทั้งแคมป์คนงานก่อสร้างตั้งอยู่ใกล้เคียงถูกเผาเสียหายทั้งหมด

ต่อมานายวันชัย คงเกษม ผวจ.สมุทรปราการ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย และประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานร่วมตรวจหาหลักฐานในที่เกิดเหตุ พร้อมตั้งกองอำนวยการและศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุที่ได้รับผลกระทบ เบื้องต้นมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 3 ราย เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย ชื่อนางมะลิ บุญมั่น อายุ 80 ปี เสียชีวิตที่ รพ.บางบ่อ 2 ราย ชื่อ น.ส.ละมัย กลมอ่อน อายุ 85 ปี และนางสมศรี จันทร์แถม อายุ 40 ปี ผู้บาดเจ็บ 52 คน อยู่ที่ รพ.บางบ่อ 17 ราย รพ.รวมชัยประชารักษ์ 4 ราย รพ.จุฬารัตน์ 11 จำนวน 4 ราย รพ.ลาดกระบัง 12 ราย รพ.บ้านโพธิ์ 6 ราย และ รพ.บางเสาธง 9 ราย บ้านเรือนเสียหาย 34 หลัง รถยนต์ 62 คัน รถจักรยานยนต์ 59 คัน เครื่องจักร 12 เครื่อง

นายธีระ ผุดผ่อง เจ้าหน้าที่มวลชนสัมพันธ์จาก บริษัท ปตท. จำกัด กล่าวว่า ทางบริษัทได้สั่งการให้ลงมาดูแลเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด รวมถึงสำรวจทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ พร้อมกับสนับสนุนอาหารจนกว่าภารกิจจะลุล่วง ส่วนสาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด ฝ่ายวิศวกรรมอยู่ระหว่างสำรวจและสอบสวน ส่วนก๊าซเป็นก๊าซธรรม-ชาติ แนวท่อมาจาก อ.บางปะกง เพื่อส่งไปปลายทางที่ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

ด้านนายถวัลย์ ธนกิจเจริญพัฒน์ รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) กระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงเหตุที่เกิดขึ้นว่า เจ้าหน้าที่ของ ธพ.ได้เข้าไปยังที่ เกิดเหตุแล้ว เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุเกิดจากการที่รถแบ็กโฮเข้าไปขุดพื้นที่บริเวณใกล้ท่อโดยไม่ได้ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งสรุปหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง สำหรับท่อก๊าซฯดังกล่าวเป็นท่อเส้นที่ 2 ขนาด 36 นิ้ว ส่งก๊าซฯไปใช้ในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ หลังเกิดเหตุทาง บมจ.ปตท.ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าสู่พื้นที่ดำเนินการตัดแยกระบบบริเวณช่วงท่อดังกล่าว นอกจากนี้ ได้ประสานงานทีมดับเพลิงในพื้นที่เพื่อร่วมระงับเหตุด้วย

ต่อมานายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ได้รับรายงานเบื้องต้น ว่าสาเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบจากกรมธุรกิจพลังงาน ร่วมกับ ปตท.และ กฟผ. และเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลกระทบความเสียหายต่อชุมชน โรงเรียน และโรงงาน ในนิคมเอเชียสุวรรณภูมิ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุ และทำให้สายส่งไฟฟ้าแรงสูงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ขนาด 230 กิโลโวลต์ คลองใหม่-ลำลูกกา วงจร 1 และ 2 ขัดข้อง แต่ยังสามารถส่งจ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่ประชาชน โดยนำสายส่งชั่วคราว 230 กิโลวัตต์ พระนครใต้-เทพารักษ์เข้าใช้งาน รวมทั้งเดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมบางปะกงหน่วยที่ 5 และเดินเครื่องโรงไฟฟ้าวังน้อย หน่วยที่ 3 ซึ่ง กฟผ.ยืนยันไม่กระทบกับผู้ใช้ไฟ

นายโชคชัย ธนเมธี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ บมจ.ปตท. กล่าวว่า ปตท.ได้ร่วมกับจังหวัดสมุทรปราการ จัดตั้งศูนย์ ประสานงานช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ในพื้นที่วัดเปร็งราษฎร์บำรุง โดย ผวจ.สมุทรปราการมอบหมายนายชวลิต ทรงกิตติ นายอำเภอบางบ่อ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ประสานงาน และได้รับความร่วมมือจาก อบต.เปร็ง บก.ภ.จ.สมุทรปราการ และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จ.สมุทรปราการ เพื่อสนับสนุนอาหาร น้ำดื่ม และที่พักชั่วคราวในระยะเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ และอำนวยความสะดวกให้แก่ทีมปฏิบัติงาน ทั้งนี้ ปตท.พร้อมดูแลรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นทั้งหมด รวมถึงการเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต

ในด้านผลกระทบกับลูกค้าก๊าซ ปตท.จะดำเนินการจ่ายก๊าซย้อนให้กับลูกค้าอุตสาหกรรม บริเวณนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังและนิคมอุตสาหกรรมเอเชียสุวรรณภูมิ รวมทั้ง ปตท.ได้ประสานกับ กฟผ. ในการจ่ายก๊าซเพิ่มเติมให้แก่โรงไฟฟ้าในพื้นที่อื่น เพื่อให้การผลิตไฟฟ้ามีความต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปตท.มีความจำเป็นต้องปิดสถานีบริการ NGV จำนวน 1 สถานี ได้แก่ สถานีบริการ NGV ปตท. เอส.วี.โพรเกรสซีฟ สาขาบางปะกง เป็นการชั่วคราว โดยอยู่ระหว่างการแก้ไขเพื่อให้สามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด สำหรับสาเหตุของอุบัติเหตุ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยละเอียด และจะรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบเหตุท่อก๊าซรั่วจนเกิดเพลิงไหม้ทำให้มีผู้เสียชีวิตและมีผู้บาดเจ็บ สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชนที่อยู่ใกล้เคียง โดยนายกฯกำชับเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น พร้อมกันนี้ยังได้แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบสาเหตุอย่างละเอียด โดยเฉพาะผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ทั้งนี้ให้จัดตั้งศูนย์ควบคุมเหตุฉุกเฉิน แจ้งเตือนประชาชนให้รับทราบ และเร่งแก้ไขสถานการณ์อย่างเต็มที่และให้รายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

Back To Top