skip to Main Content

10 อันดับ เมืองน่าอยู่ที่สุดในโลก

อันดับ 10 – เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย

ซิดนีย์เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่สุดในประเทศออสเตรเลีย มีประชากรราว 4.5 ล้านคน สถานที่ท่องเที่ยวฮอตฮิตของเมืองนี้ ได้แก่ ชายหาด และอ่าวที่สวยงาม รวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม เช่น ซิดนีย์ โอเปร่า เฮ้าส์ เป็นต้น นอกจากจะเป็นเมืองน่าอยู่อันดับ 10 ของโลกแล้ว Mercer ยังระบุว่า ซิดนีย์เป็นเมืองที่มีค่าครองชีพสูงเป็นอันดับ 15 ของโลกอีกด้วย

อันดับ 9 – เมืองเบอร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

บอร์น เป็นเมืองหลวงของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่มีประชากรอาศัยมากเป็นอันดับ 5 ของประเทศ โดยมีจำนวนประชากรทั้งสิ้นราว 128,000 คน ใจกลางเมืองนี้ยังคงเอกลักษณ์ของการเป็นเมืองเก่าแก่และเต็มไปด้วยสถาปัต กรรมในยุคกลาง จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมจากองค์การยูเนสโก ที่สำคัญ เมืองเบอร์นยังเป็นสถานที่ซึ่งอัลเบิร์ต ไอน์ไตน์ เคยเข้ามาอาศัยและทำงานราวปี ค.ศ. 1903 (พ.ศ. 2446)  ปัจจุบัน บ้านของเขาซึ่งตั้งอยู่ เลขที่ 49 ถนนแครมกาซเซ่ (Kramgasse) ได้กลายเป็น พิพิธภัณฑ์บ้านไอน์ไตน์ ที่มีนักท่องเที่ยวทั่วโลกแวะมาเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก

อันดับ 8 – เมืองแฟรงค์เฟิร์ต  ประเทศเยอรมนี

แฟรงค์เฟิร์ต เป็นศูนย์กลางทางการเงินที่ใหญ่สุดในกลุ่มสหภาพยุโรป ทั้งยังเป็นที่ตั้งของธนาคารกลางยุโรป ตลาดหลักทรัพย์แฟรงค์เฟิร์ต และ German Federal Bank มีประชากรราว 5 ล้านคน นอกจากความมั่งคั่งทางการเงินแล้ว เมืองนี้ยังมีเอกลักษณ์อันโดดเด่นอยู่ที่วิหารแบบโกธิค สมัยศตวรรษที่ 14  ขณะเดียวกันก็มีตึกระฟ้ารูปทรงทันสมัยและสวยงามตั้งตระหง่านบริเวณใจกลาง เมืองอีกด้วย

อันดับ 7 –  เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี

มิวนิค เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศเยอรมนี และเป็นเมืองหลวงของรัฐบาวาเรีย มีประชากรราว 1.36 ล้านคน แม้จะเป็นเมืองที่เจริญและมั่งคั่งที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป แต่เมืองนี้ยังคงอนุรักษ์โบราณสถานและสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่แบบโกธิคเอาไว้ ได้เป็นอย่างดี หลังถูกระเบิดโจมตีอย่างหนักถึง 71 ครั้งในช่วง 5 ปีสมัยสงครามโลกครังที่ 2  เมืองมิวนิคก็ได้รับการฟื้นฟูขึ้นใหม่อย่างรวดเร็ว และได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ในปี ค.ศ. 1972 (พ.ศ. 2515)

อันดับ 6 – เมืองดึสเซลดอล์ฟ ประเทศเยอรมนี

ดึสเซลดอร์ฟ เป็นเมืองหลวงของรัฐนอร์ดไรน์-เวสท์ฟาเลิน ตั้งอยู่บนแม่น้ำไรน์ ได้ชื่อว่าเป็นเมืองศูนย์กลางทางด้านแฟชั่น โฆษณา และโทรคมนาคมของประเทศเยอรมนี นอกจากนี้ ทุกๆ ปี จะมีนักท่องเที่ยวกว่า 4.5 ล้านคนทั่วโลก เดินทางมาชมขบวนพาเหรดสุดอลังการ ในช่วงเทศกาลคาร์นิวาลของเมืองดึสเซลดอร์ฟ

อันดับ 4 ร่วม* – เมืองอ๊อคแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ (*คะแนนเท่ากัน 2 เมือง จึงไม่มีอันดับ 5)

อ๊อคแลนด์ ตั้งอยู่ทางเกาะเหนือ เป็นเมืองใหญ่ที่สุดและมีประชากรมากที่สุดในประเทศนิวซีแลนด์ โดยมีประชากรอาศัยอยู่ราว 1.4 ล้านคน หรือคิดเป็น 31% ของประชากรทั้งประเทศ ได้รับการขนานนามว่าเป็น “City of Sails” เนื่องจากมีท่าเทียบเรือที่สวยงามถึง 2 แห่ง คือ ท่าเรือ Waitemata ทางด้านทิศเหนือ และท่าเรือ Manukau ทางด้านทิศใต้

อันดับ 4 ร่วม – เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา (*คะแนนเท่ากัน 2 เมือง จึงไม่มีอันดับ 5)

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา “แวนคูเวอร์” มักได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองที่สะอาด และน่าอยู่ที่สุดในโลก เมืองดังกล่าวถือเป็นเมืองใหญ่ที่สุด และยังเป็นเมืองท่าชายฝั่งที่มีชื่อเสียงทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐบริติช โคลัมเบีย ประเทศแคนาดา ปัจจุบัน แวนคูเวอร์ เป็นศูนย์กลางด้านการช้อปปิ้ง และการถ่ายทำภาพยนตร์ ทั้งยังเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

อันดับ 3 – เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

เจนีวา เป็นเมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับสองของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (รองจากซูริค) โดยมีประชากรอาศัยอยู่ในเขตตัวเมืองราว 185,000 คน และยังเป็นศูนย์กลางด้านการเงินที่สำคัญเป็นอันดับ 6 ของโลก

อันดับ 2 – เมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

 ซูริค เป็นหนึ่งในเมืองที่มีความมั่งคั่งที่สุดในยุโรป  และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีประชากรอาศัยอยู่ในตัวเมืองทั้งสิ้นราว 1.68 ล้านคน เมืองนี้เป็นศูนย์กลางทางด้านการค้าและวัฒนธรรมของประเทศ จนได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมของประเทศสวิตเซอร์แลนด์

อันดับ 1 เมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย

กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ได้รับการคัดเลือกให้เป็นเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกประจำปี 2009 จากผลการสำรวจของ Mercer เมืองดังกล่าวมีความเข้มแข็งและมั่นคง ทั้งทางด้าน เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการเมือง ทั้งยังเป็นบ้านเกิดของพระนางมารี อังตัวเนตต์ และซิกมันด์ ฟรอยด์ นอกจากนี้ กรุงเวียนนา  ยังถูกกล่าวถึงในบทเพลงของ Ultravox และ Billy Joel อีกด้วย

Back To Top