skip to Main Content

10 อันดับซีรีส์เกาหลีทาง Netflix ที่มีผู้เข้าชมทั่วโลกมากที่สุดประจำปี 2020

10. The World of the Married

“A World Of Married Couple” เป็นละครที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่เปิดตัวตอนแรก ซึ่งหลังจากนั้นละครก็สามารถเรียกกระแสคนดูจนทำให้เรตติ้งไต่ขึ้นไปได้อย่างต่อเนื่องตลอด 16 ตอนที่ออนแอร์ ซึ่งพอละครออนแอร์ไปได้เพียง 12 ตอน ก็สามารถเอาชนะเจ้าของสถิติเดิมอย่างเรื่อง “SKY Castle” ที่เคยเป็นละครที่มีคนดูมากที่สุดของช่องเคเบิ้ลทีวีได้แล้ว

9. Stranger

Stranger หรือ Secret Forest ที่การันตีคุณภาพด้วย 3 รางวัล จากงาน Beak Sang Art Awards ครั้งที่ 54 และยังได้รับการยกย่องจาก The New York Times ให้ติดหนึ่งในสิบอันดับ The Best TV Shows of 2017 อีกด้วย

ความสำเร็จทั้งหมดนี้ ไม่ใช่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เกิดจากหลากหลายองค์ประกอบของซีรีส์ ที่เต็มไปด้วยความน่าสนใจ น่าติดตาม และมอบประสบการณ์ให้ผู้ชมร่วมเป็นหนึ่งในทีมสืบสวนสอบสวน ในการค้นหาฆาตกรตัวจริง และร่วมกันเปิดเผยความไม่โปร่งใสของกระบวนการยุติธรรมที่ฉากหลังเต็มไปด้วยผลประโยชน์ทับซ้อนมากมายของเหล่าผู้มีอำนาจทั้งจากหน่วยงานรัฐ และกลุ่มบริษัทเอกชนในประเทศ

ด้วยพล็อตหลักของเรื่องที่มีความเป็นสากล ประกอบกับคาแรคเตอร์ของตัวละครที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้มีความแตกต่างจากซีรีส์เรื่องอื่นอย่างเห็นได้ชัด

8. Mystic Pop-Up Bar

“Mystic Pop-Up Bar” สร้างมาจากเว็บตูนเรื่องฮิตและบอกเล่าเรื่องราวของโพจังมาชา (ร้านนั่งดื่มกินกลางแจ้ง) ลึกลับที่เปิดโดยสาวอารมณ์ร้ายอย่างวอลจู (รับบทโดยฮวังจองอึม – Hwang Jung Eum), ฮันคังเบ (รับบทโดยยุกซองแจ – Yook Sungjae จาก BTOB) พนักงานพาร์ทไทม์ผู้ไร้เดียงสา และอดีตนักสืบ หัวหน้ากวี (รับบทโดยชเววอนยอง – Choi Won Young) พวกเขาจะมาเยี่ยมเยียนลูกค้าในความฝันเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ

7. Was it Love?

“Was It Love?” ซีรีส์แนวโรแมนติกคอมเมดี้ของช่อง JYBC เล่าเรื่องราวของ โนเอจอง (รับบทโดย ซงจีฮโย) โปรดิวเซอร์หนังและแม่เลี้ยงเดี่ยวที่อยู่ด้วยตัวเองมาตลอด 14 ปี จนไม่คิดเรื่องความรัก ความโรแมนติกอีกแล้ว จนกระทั่งเธอได้มาเจอกับเรื่องราวความรักบทที่ 2 ของเธออย่างไม่คาดคิด เมื่อมีผู้ชายที่แตกต่างกัน 4 คนเข้ามาในชีวิตของเธอในเวลาเดียวกัน

6. Hospital Playlist

“Hospital Playlist” บอกเล่าเรื่องราวของเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมา 20 ปีและใช้เวลาทั้งในวันธรรมดาและวันพิเศษอยู่ในโรงพยาบาล โลกเล็กๆ ของชีวิตคนๆ หนึ่งตั้งแต่เกิดจนถึงตาย ด้วยเรื่องราวในโรงพยาบาล ซีรีส์เรื่องนี้ให้คำสัญญาว่าจะเป็นผลงานที่ร้อนแรงและน่าติดตามมากที่สุดในปี 2020 ด้วยการร่วมงานกันของผู้กำกับชินวอนโฮและนักเขียนบทอีอูจอง ซึ่งทั้งสองคนทำให้เกิดกระแสระดับชาติมาแล้วจากผลงานของพวกเขาแต่ละเรื่อง

รายชื่อของนักเขียนบท, ผู้กำกับและนักแสดงในเรื่องนี้ที่สมบรูณ์แบบด้วยการร่วมงานกันของนักแสดงชื่อดังและมากความสามารถอย่าง โจจองซอก (Jo Jung Suk), ยูยอนซอก (Yoo Yeon Seok), จองคยองโฮ (Jung Kyung Ho), คิมแดมยอง (Kim Dae Myung), และจอนมีโด (Jeon Mi Do)

5. Crash Landing on You

Crash Landing on You เล่าเรื่องราวความรักที่ต้องปิดบังของ ยุนเซรี ทายาทของกลุ่มธุรกิจ ที่ติดอยู่ในเครื่องบินซึ่งจำเป็นต้องลงจอดในเขตของเกาหลีใต้ เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวนอย่างรุนแรง กับ อีจองฮยอก (รับบทโดย ฮยอนบิน (Hyun Bin)) เจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือที่ตกหลุมรักยุนเซรี หลังจากต้องเข้าไปปกป้องเธอ เรื่องนี้เป็นผลงานล่าสุดของนักเขียนบท พัคจีอึน ที่เคยฝากฝีมือไว้ในซีรีส์ยอดฮิตอย่าง My Love From the Star และ The Legend of the Blue Sea

​ยุนเซรี เป็นซีอีโอสาวที่เก่งทั้งเรื่องงานและเรื่องแฟชั่น เธอเป็นทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลนักธุรกิจ ตัวละครนี้เป็นคนตรงไปตรงมา มีชีวิตที่สมบูรณ์แบบมาตั้งแต่เกิด และแน่นอนว่าร่ำรวยและเพียบพร้อมขนาดนี้ เธอจึงไม่จำเป็นต้องอิจฉาใคร

ผู้ชมจะได้ติดตามเรื่องราวความรักที่ต้องปิดเป็นความลับของหญิงสาวสุดเพอร์เฟต กับหนุ่มเกาหลีเหนือที่ได้มาเจอกันอย่างไม่ตั้งใจ

4. Record of Youth

Record of Youth เล่าเรื่องราวการตามหาความฝันของหนุ่มสาวในวงการโมเดลลิง ท่ามกลางเปลือกนอกที่สวยงาม พวกเขากลับไม่ต่างจากหนุ่มสาวในยุคนี้ที่ต้องต่อสู้กับความไม่มั่นใจ ความเหงา และความพยายามที่จะพิสูจน์ตัวเอง

พัคโบกอม (Encounter, Reply 1988, Love in the Moonlight) รับบทเป็น ซาฮเยจุน นายแบบหนุ่มชื่อดังที่อยากจะผันตัวมาเป็นนักแสดง พัคโซดัม (Parasite, Cinderella with Four Knights) รับบทเป็น อันจองฮา ช่างแต่งหน้าสาวที่ทั้งฉลาด และมั่นใจ

3. The King: Eternal Monarch

“The King: The Eternal Monarch” ของช่อง SBS เป็นโปรเจคที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะได้อีมินโฮ และ คิมโกอึน (Kim Go Eun) มารับบทนำแล้ว เรื่องนี้ยังเป็นผลงานเรื่องใหม่ของนักเขียนบท คิมอึนซุก อีกด้วย

“The King: Eternal Monarch” ซีรีส์แนวโรแมนติกแฟนตาซี เล่าเรื่องราวของโลก 2 โลกที่มาบรรจบกัน อีกอน (รับบทโดย อีมินโฮ (Lee Min Ho)) ชายหนุ่มจากอดีตผู้พยายามปิดประตูที่เชื่อมต่อระหว่าง 2 โลก และ ตำรวจหญิง จองแทอึล (รับบทโดย คิมโกอึน (Kim Go Eun)) หญิงสาวที่พยายามปกป้องชีวิตผู้อื่นและคนที่เธอรัก

2. Start-Up

Start-Up คือเรื่องราวน่าตื่นเต้นของหนุ่มสาวที่ต่างเป็นตัวของตัวเอง กับการเริ่มต้นเส้นทางธุรกิจใน Sand Box หรือซิลิคอนวัลเลย์ของเกาหลี พวกเขามีเหตุผลที่สร้างสตาร์ทอัพ และมันจะช่วยเยียวยาความเจ็บปวดได้อย่างไร ติดตามชมเรื่องราวของพวกเขาได้ทาง Netflix

แบซูจี รับบท ซอดัลมี หญิงสาวที่มีความฝันจะเป็นสตีฟ จ็อบส์ แห่งเกาหลี เธอรักความท้าทาย สิ่งใหม่ๆ ที่ตื่นเต้น มีพลังงานด้านบวกและผ่านประสบการณ์หลากหลายกับงานพาร์ทไทม์

นัมจูฮยอก รับบท นัมโดซาน ผู้ก่อตั้ง Samsan Tech เขาเคยเป็นที่ภูมิใจด้วยการเป็นเด็กอัจฉริยะด้านคณิตศาสตร์ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นตำหนิของครอบครัว ในช่วงสองปีนี้ บริษัทของเขาเองดูเหมือนจะแย่ลงทุกวัน จนเมื่อซอดัลมีคิดว่านัมดูซานเคยเป็นรักครั้งแรก เขาเลยตัดสินใจที่จะเป็นสตาร์อัพที่ประสบความสำเร็จ เพราะหวังให้ความเข้าใจผิดของซอดัลมีกลายเป็นความจริงให้ได้

คิมซอนโฮ รับบท ฮันจีพยอง ที่เริ่มทำธุรกิจสตาร์ทอัพเพื่อล้างหนี้ เขาเป็นหัวหน้าทีมที่ SH Venture Capital ด้วยทักษะด้านการลงทุนที่เก่งกาจและวาทศิลป์ ทำให้เขาได้รับฉายาว่า ‘กอร์ดอน แรมซีย์ แห่งการลงทุน’ แม้ว่าเขาจะเป็นคนน่ารำคาญในสายตาคนอื่น แต่เขาก็มีมุมที่อ่อนโยนกว่าใคร โดยเฉพาะกับคนพิเศษที่เขาเคยรู้สึกดีในอดีต

คังฮันนา รับบท วอนอินเจ เธอเพียบพร้อมทุกอย่าง ทั้งเงินทอง การศึกษา พื้นฐานครอบครัว ภาพลักษณ์สวยงาม และฐานะทางสังคม เธอเป็นทายาทรุ่นสองของตระกูลมหาเศรษฐี วอนอินแจตั้งใจทำทุกอย่างที่ทำได้ เพื่อความสำเร็จจากความสามารถของตัวเอง นั่นเป็นเหตุผลที่เธอพาตัวเองเข้าไปในวงการสตาร์ทอัพ

1. It’s Okay to Not Be Okay

It’s Okay to Not Be Okay มาพร้อมคำเปรยที่ว่า ‘ความโรแมนติกที่ช่วยเยียวยา ราวกับหนังสือแฟนตาซี’ เล่าเรื่องของ มุนคังแท เจ้าหน้าที่ดูแลผู้ป่วยวอร์ดจิตเวชที่ไม่มีเวลาสนใจเรื่องความรัก (รับบทโดย คิมซูฮยอน) กับ โกมุนยอง นักเขียนหนังสือเด็กชื่อดังที่ต้องทุกข์ทรมาณจากอาการต่อต้านสังคมของตัวเอง และเธอไม่เคยรู้จักความรักเลย (รับบทโดย ซอเยจี (Seo Ye Ji)) พวกเขาค่อยๆเยียวยาหัวใจของกันและกันหลังจากได้มาเจอกัน

พัคชินอู ผู้กำกับเรื่องนี้เคยบอกว่าเขาชื่นชมคิมซูฮยอน และเมื่อถามถึงเหตุผลที่เลือกคิมซูฮยอนให้มารับบทเรื่องนี้ ผู้กำกับบอกว่า “ผมไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล”

ทีมงานของซีรีส์เรื่อง It’s Okay to Not Be Okay บอกว่า คิมซูฮยอนแสดงออกมาได้ดีมาก สมกับที่ผู้กำกับชื่นชม เขาถ่ายทอดบทมุนคังแทที่โดดเดี่ยว ซึ่งกลายเป็นเสาหลักของครอบครัวตั้งแต่อายุยังน้อย เพราะพ่อแม่ของเขาเสียชีวิต เขาต้องดูแลพี่ชายที่เป็นออทิสติก คิมซูฮยอนถ่ายทอดบทของชายหนุ่มที่เหนื่อยล้า แต่ก็ยังพยายามใช้ชีวิตอยู่ต่อบนโลกที่ทิ้งให้เขาโดดเดี่ยวแห่งนี้ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม

Back To Top