skip to Main Content

10 อันดับหนัง Netflix น่าดู ปี 2021

หนัง Netflix ที่ดีที่สุดและกำลังฮิต
10 หนังที่ทางแอดมิน your-pagerank.com จะนำมาแนะนำนั้น เป็นหนังที่ฉายบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งชื่อดังอย่าง Netflix เท่านั้น ซึ่งอาจจะมีการปรับเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาได้ และก่อนที่จะดูหนังบน Netflix นั้นทุกท่านจะต้องสมัครเป็นสมาชิกเสียก่อน อาจจะเป็นการทดลอง 30 วัน หรือสมัครเป็นรายเดือนแชร์กันกับกลุ่มเพื่อนก็ได้ คุ้มอย่างกับได้ ดู Netflix ฟรี ถึงแม้ว่าในช่วงนี้นั้นหนังของ Netflix จะไม่ค่อยได้ติด Top 10 มากนัก เพราะส่วนใหญ่คนก็มักจะเลือกชมซีรีส์ แต่ทางเราก็ได้รวบรวมหนังโดยอ้างอิงจากความฮิตในเว็บ Netflix มาให้ทุกท่านได้ดูกัน จะมีหนังเรื่องไหนน่าสนใจนั้นก็มาดูกันเลย

  1. Your Name Engraved Herein (ชื่อที่สลักไว้ใต้หัวใจ)

Your Name Engraved Herein (ชื่อที่สลักไว้ใต้หัวใจ) หนังรักโรแมนติก ที่บอกเล่าเรื่องราวชีวิตจริงของตัวผู้กำกับเอง ชื่อว่า Patrick Kuang Hui Liu และเขายังเคยมีความรักแบบ LGBTQ ในสมัยตอนที่ยังเป็นวัยรุ่น และสามารถนำมาดัดแปลงให้เข้ากับหนังได้อย่างลงตัว เนื้อเรื่องจะว่าด้วยเรื่อวราวของ ชางเจียฮั่น หรืออาฮั่น และ หวังป๋อเต๋อ หรือเบอร์ดี้ นักเรียนชายที่เรียนม.ปลาย อยู่ในโรงเรียนชายล้วน ทั้งสองเป็นเพื่อนกันและมีความรักแท้ที่จริงใจต่อกัน ในยุค 80-90 ที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงของสังคมอนุรักษ์นิยม ไปสู่ประเทศที่ยอมรับกลุ่ม LGBTQ มากขึ้น และไต้หวันเพิ่งยกเลิกกฎอัยการศึก รวมไปถึงโรงเรียนของเขาทั้งสองคน เริ่มเปลี่ยนโรงเรียนเป็นแบบสหศึกษา ที่มีผู้หญิงเข้ามาเรียนด้วย ทั้งสองจึงต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ พร้อมกับการตัดสินใจในอีกหลายๆ ด้าน รวมไปถึงสังคมความเท่าเทียม และการยอมรับกลุ่มทางเพศที่ยังคงไม่ได้ยอมรับกันเท่าในปัจจุบันนี้ ทั้งความคิด และอารมณ์ของทั้งสองที่ต้องฝ่าฟันไปให้ได้ หนังเรื่องได้รับหลายรางวัล และยังทำเงินไปมากกว่า 100 ล้านเหรียญไต้หวัน จึงติดอันดับหนัง Netflix ที่ดีที่สุด และน่าดูที่สุดในปี 2021

  1. The Christmas Chronicles: Part Two (ผจญภัยพิทักษ์คริสต์มาส ภาค 2)

The Christmas Chronicles: Part Two (ผจญภัยพิทักษ์คริสต์มาส ภาค 2) เรื่องราวหลังจากความวุ่นวายในช่วงวันคริสมาสต์ เวลาผ่านไป 2 ปี สองพี่น้องเคท (ดาร์บี้ แคมป์) และเท็ดดี้ เพียร์ซ (จูดาห์ ลูอิส) ได้เติบโตขึ้นและมีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้น เคท กลายเป็นเด็กขี้ประชด และต้องไปเที่ยวกับแฟนใหม่ของแม่ พร้อมกับ แจ็ค ลูกชายของแฟนแม่ที่ติดมาแบบไม่เต็มใจนัก ในช่วงวันคริสมาสต์พอดี ซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่ยอมรับครอบครัวใหม่อยู่แล้ว แต่เรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อเบลสนิกเคิล เอลฟ์ที่คิดจะทำลายขั้วโลกเหนือให้สิ้นซาก เขาทั้งสองคน รวมไปถึงซานตาคลอส ก็ต้องร่วมผจญภัยกันอีกครั้งอย่างไม่ได้ตั้งตัว เตรียมพบกับความสนุกและความอบอุ่นได้อีกครั้ง ในช่วงคริสมาสต์ ปีที่แล้ว แต่ยังคงเป็นหนัง Netflix ที่ดีที่สุด และยังน่าดูในปี 2021

  1. A Babysitter’s Guide to Monster Hunting (คู่มือล่าปีศาจฉบับพี่เลี้ยงเด็ก)

A Babysitter’s Guide to Monster Hunting (คู่มือล่าปีศาจฉบับพี่เลี้ยงเด็ก) หนังแนวแฟนตาซีที่เหมือนกับนิทานสำหรับเด็ก โดยเนื้อเรื่องจะนำมาจากนิยายชุดชื่อดังของ Joe Ballarini โดยจะบอกเล่าเรื่องราวของ เคลลี่ เฟอร์กูสัน เด็กหญิงที่มีเรื่องราวพัวพันกับความฝันชีวิตของเธอยังต้องเจอกับปีศาจมาโดยตลอด และแน่นอนว่าคนรอบข้างก็ไม่มีใครเชื่อเธอ จนถึงวันที่เธออยากเข้าร่วมกิจกรรม ของทางโรงเรียนในวันฮาโลวีน แต่เธอกลับต้องไปเป็นพี่เลี้ยงเด็กให้กับเจ้านายของแม่แทน และเธอยังได้รับการทาบทามจากสมาคมลับ ที่คอยปกป้องเด็กจากการโจมตีของเหล่าสัตว์ประหลาดในฝัน ซึ่งเธอยังเป็นมือใหม่อยู่ จึงต้องมีวัยรุ่นสาวที่เป็นพี่เลี้ยงเด็กอีกคน มาพร้อมกับคัมภีร์ล่าปีศาจที่มาจากองค์กรพันปี ซึ่งเธอทั้งสองต้องช่วยกันผ่านเรื่องนี้ไปให้ได้ ซึ่งปีศาจในเรื่องก็จะอิงมาจากเรื่องจริง แต่ทำภาพออกมาให้ดูซอฟท์มากขึ้น ไม่มีเลือดกระฉูด หรือสัตว์ประหลาดน่ากลัวแต่อย่างใด เหมาะสำหรับดูกันเพลินๆ ในครอบครัว

  1. The Rope Curse 2 (เชือกอาถรรพ์ 2)

The Rope Curse 2 (เชือกอาถรรพ์ 2) หนังผีสุดระทึกจากดินแดนไต้หวัน ที่เคยมีภาคแรกมาแล้วในปี 2018 ซึ่งภาค 2 นี้จะยังมีราวสืบเนื่องต่อกันมาเล็กน้อย ถึงแม้ใครที่ยังไม่เคยดูภาคแรกมาก่อนก็สามารถดูภาค 2 ได้เลย เพราะเนื้อหาในภาคนี้นั้นจะเล่าเรื่องราวของ เจียหมิ่น เด็กสาวที่เกิดมาก็มีชะตากรรมติดตัวมาด้วย โดยเธอเป็นคนที่ อาหั่ว อดีตร่างทรงเทพจงขุย ที่เคยทำพิธีพลาดไปในอดีต และต้องเสียอาจารย์ไปในเหตุการณ์นั้นด้วย เขาต้องกลับมาปราบผีอีกครั้ง และผีนั้นก็ไม่ใช่ผีที่ไหนไกล นั่นก็คือผีที่มาจากประเทศไทยของเราเองที่ชื่อ พรายมหาภูต ที่เชื่อกันว่าเป็นผีที่ดุร้ายที่สุด ที่เหล่าพ่อค้ายาเสพติดต่างให้ความเคารพ พร้อมกับเด็กสาวผู้มีชะตากรรมเป็นร่างทรงเทพจงขุยคนต่อไป ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะเป็นแนวหนังผีที่พอจะเดาเรื่องได้ แต่ก็ยังมีความเป็นหนังไต้หวันที่หมอผีมาปราบกันโต้งๆ ให้ดูน่าสนใจตามสไตล์เดิม และถึงแม้ว่าจะติดอันดับหนังฮิต และเป็นหนัง Netflix ที่ดีที่สุดตอนนี้ แต่ก็ยังมีคนหลายคนที่ยังให้คะแนนหนังเรื่องนี้ต่ำมาก

  1. The Old Guard (ดิ โอลด์ การ์ด)

The Old Guard (ดิ โอลด์ การ์ด) ยังคงเป็นหนังที่ฮอตฮิตกันอย่างต่อเนื่องบน Netflix เรื่องราวความอมตะ ที่ไม่ได้เป็นผลดีเท่าการที่อยากจะเป็นมนุษย์ เพราะต้องแลกกับความเจ็บปวดในอดีต เรื่องราวของนักรบสาว แอนดี้ ที่เธอนั้นได้ผ่านสงครามมามากมายและมีอายุเป็นพันปี และยังมีผู้ติดตามที่เป็นอมตะเช่นกัน โดยเป็นทหารรับจ้าง ที่สู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมานาน และทั้งหมดนั้นมีพลัง ที่สามารถเยียวยาแผลตัวเองได้ ไม่ว่าจะผ่านสงครามไหนๆ หรือต้องเจ็บปวดสักเท่าไหร่ ก็สามารถผ่านมาได้ด้วยกันทั้งนั้น จนกระทั่งกองทัพได้ไล่ล่า จับตัวพวกเธอไป เพื่อจะเอาพลังอมตะไปใช้บ้าง เธอจึงต้องทำทุกทางเพื่อยับยั้ง และทั้งหมดก็ยังต้องจมอยู่กับอดีต ที่ฝังลึกลงไปในจิตใจของทุกคน พร้อมกับต้องเจอกับผู้อมตะคนใหม่ ที่ยังคงต้องการความช่วยเหลือ

  1. Underground (6 ลับ ดับ โหด)

Underground (6 ลับ ดับ โหด) ถึงแม้หนังเรื่องนี้จะมีการเปิดตัวมานานแล้วแต่ก็ยังคงติดอันดับหนังยอดฮิตอยู่ และยังเป็นหนัง Netflix ที่ดีที่สุดและยาวนานมาก ตัวหนังจะบอกเล่าเรื่องราวของเศรษฐี 6 คน ที่ทนเห็นความไม่ยุติธรรมของโลกนี้ไม่ได้ ทั้ง 6 คนจึงสร้างเรื่องขึ้นมาว่าพวกเขานั้นได้ตายไปแล้ว ทั้งหมด 6 คนก็ได้เกิดใหม่ ในแบบฮีโร่ใต้ดิน เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ และกวาดล้างความอยุติธรรมบนโลกนี้ โดยทั้ง 6 คนจะแทนชื่อตัวเองเป็นหมายเลขแทน และมีผู้นำแสนจะลึกลับ นำแสดงโดย ไรอัน เรย์โนลด์ และผู้กำกับมากฝีมืออย่าง ไมเคิลเบย์ เรียกได้ว่าขนความบ้าระห่ำ ที่มาพร้อมกับความสนุกแบบครบรส

  1. Asphalt Burning (ซิ่งซ่าท้าถนน 3)

Asphalt Burning (ซิ่งซ่าท้าถนน 3) หนังเรื่องนี้จะเป็นแนวคนที่รักในความเร็ว รถแรง ตัวหนังจะเล่าเรื่องของ รอย ที่ต้องการชนะการแข่งขันรถด้วยรถแรงคู่ใจของเขา บนถนนการแข่งขันที่มีการตัดผ่านจากนอร์เวย์ผ่านสวีเดนและเดนมาร์ก จนไปจบที่เยอรมนี และถ้าหากเขาแพ้ ซิลเวีย คู่หมั้นของเขาก็จะเสียไปกับการแข่งครั้งนี้ด้วย เรื่องของเรื่องเกิดจากความเมาในคืนวันแต่งงาน ที่รอยดันไปท้านักแข่งอย่าง โรบิน ที่ชอบซิลเวียอยู่เหมือนกัน และจากการท้านี้เอง ทำให้เขาต้องออกทริปแข่งขันสุดไกล พร้อมทั้งคู่แข่งอีกหลายคน แต่เรื่องยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะรอยยังต้องเจอกับคนน่าปวดหัวอีก 2 คน ที่ดันมีชื่อเหมือนกันอีก แถมมาพร้อมกับศพที่อยู่ท้ายรถด้วย ตำรวจจึงได้แห่ตามกันมาเป็นขบวน จนเขาต้องหลบซ่อน และทำให้รถของเขาหายไป เขาจึงต้องทำทุกทาง เพื่อที่จะเอาชนะการแข่งรถในครั้งนี้ให้ได้

  1. What Happened to Mr. Cha? (ชาอินพโย สุภาพบุรุษสุดขั้ว)

What Happened to Mr. Cha? (ชาอินพโย สุภาพบุรุษสุดขั้ว) หนัง Netflix เรื่องต่อมาจะเป็นหนังแนวตลกจากทางเกาหลี และมีการอ้างอิงจากนักแสดงชาวเกาหลีที่ชื่อ ชาอินพโย (Cha In-pyo) ตัวจริงๆ และถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องราวที่มีการสมติขึ้น แต่ตัวหนังก็จะมีการเล่าเรื่องราวได้อย่างน่าสนใจจนต้องดูจนจบเรื่อง ซึ่งชาอินพโยนั้น เป็นดารารุ่นเก่าที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก และได้เล่าตั้งแต่สมัยที่ดังจนพลุแตก และความดังนั้นก็ไม่ได้ยั่งยืน เมื่อถึงวันที่ชีวิตต้องลงมาเป็นคนที่ไม่ดังอีกต่อไป ก็ยากที่ยอมรับได้ ตัวหนังเล่าออกมาจะเป็นแนวตลกมากกว่าหนังจริงจัง ถึงแม้ว่าจะเป็นหนังที่เล่าชีวิตของ ชาอินพโย แต่ก็ได้มีการล้อเลียน และเสียดสีไปถึงวงการดาราของเกาหลีด้วย ถึงแม้ว่าเรื่องราวของคนๆ เดียวออกมา แต่ก็ทำออกมาได้น่าติดตาม ตั้งแต่ต้นไปจนถึงจบเรื่องเลย แต่ถ้าใครจะดูแล้วไม่อินมากนักก็ไม่แปลก เพราะเนื้อเรื่องก็เล่าแบบจบง่ายๆ เหมาะกับการดูเพื่อความบันเทิงอย่างแน่นอน

  1. The Midnight Sky (สัญญาณสงัด)

The Midnight Sky (สัญญาณสงัด) หนัง Netflix ที่น่าดูที่สุดเรื่องต่อมา หนังเรื่องนี้จะเป็นหนังแนวไซไฟภาพอลังการงานสร้างเนื้อเรื่องจะถูกดัดแปลงมาจากหนังสือชื่อ Good Morning, Midnight ที่มีการเล่าเรื่องราวเหตุการณ์หลังวันสิ้นโลก สิ่งที่โลกเหลืออยู่นั้น ก็คือมนุษย์เพียงไม่กี่คนเท่านั้น โดย ออกัสติน นักวิทยาศาสตร์ผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่ตามลำพัง ในพื้นที่แถบอาร์กติก และพยายามหาวิธีติดต่อไปยังกลุ่มนักบินอวกาศ ที่อยู่นอกโลก เพื่อให้ได้รู้ข่าวสารความเป็นไปของโลกในตอนนี้ ซึ่งกลุ่มนักบินเหล่านั้น ได้อยู่ห่างออกไปหลายปีแสง และพยายามที่จะห้ามไม่ให้ซัลลี่ และเหล่านักบินอวกาศกลับมาเจอหายนะบนโลก ที่ยังคงเป็นปริศนา และยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ หนังเรื่องนี้ถูกกำกับและแสดงโดย จอร์จ คลูนีย์

  1. We Can Be Heroes (รวมพลังเด็กพันธุ์แกร่ง)

We Can Be Heroes หนัง Netflix ที่ดีที่สุดเรื่องแรกของเราวันนี้ เป็นเรื่องที่ดูเหมือนกับว่าดูไม่มีอะไร แต่ก็เป็นหนังที่ได้ติด Top อันดับต้นๆของหนังที่มีผู้ชมมากที่สุด อาจจะเป็นเพราะว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่เป็นเรื่องราวต่อจาก The Adventures of Sharkboy and Lavagirl ที่เคยถูกฉายออกมาในปี 2005 โดยเรื่องนี้จะเป็นภาคต่อเนื้อเรื่องที่ Sharkboy กับLavagirl ได้เติบโตขึ้น และได้แต่งงานมีลูกกันหมดแล้ว แน่นอนว่าลูกของพวกเขาเอง ก็ต้องมีพลังตามแบบพ่อแม่ไปด้วย พลังที่ว่านี้ก็คือพลังการควบคุมน้ำ แต่ตัวเอกของเรื่องคือ มิสซี มอเรโน ลูกของฮีโร่เช่นกัน เธอนั้นต้องพาเหล่าลูกฮีโร่คนอื่นๆ เพื่อมาตั้งกลุ่มใหม่ด้วยกัน เพื่อเข้าไปช่วยเหลือพวกผู้ใหญ่ ที่ถูกตัวร้ายจับตัวไป เรื่องนี้ดูเอาสนุกสนานก็พอได้อยู่ อารมณ์พอๆ กับหนังตำนานอย่าง Spy Kids ที่พอจะเดาเนื้อหาได้ แต่ถ้าจะไปเทียบกับหนังฮีโร่ใหญ่ๆ ก็ไม่ถึงขนาดนั้นแต่ก็สนุกพอตัวในแบบฉบับของตัวเอง

Back To Top