skip to Main Content

TOPTHAI TOPTEN 10 อันดับถนนที่อันตรายที่สุดในโลก

10.Austrian Road, Kazakhstan

ถนนที่เชื่อมต่อกับคาซัคสถานสู่ออสเตรีย ถนนสาย 37 ไมล์นี้ ได้รับการตั้งชื่อตามเชลยศึกชาวออสเตรีย – ฮังการี ซึ่งรับผิดชอบการก่อสร้างระหว่างปี พ.ศ. 2458 และ พ.ศ.2460 คุณจะขับรถผ่านอุทยานแห่งชาติ ซึ่งมีทิวทัศน์อันน่าทึ่งของแม่น้ำ Kara-Koba River คำเตือน! อย่าใช้เวลามองออกไปนอกหน้าต่างมากนัก เพราะสะพานชำรุดทรุดโทรม แถมเส้นทางยังลาดชัน หากคุณเดินทางออกนอกเส้นทางที่ไม่ปลอดภัยหรือไม่ถูกต้อง คุณควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศเพื่อหลีกเลี่ยงแผ่นดินถล่มที่อาจถึงตาย ซึ่งเป็นที่ทราบกันว่าจะไม่มีการเตือนใดๆ ให้ทราบนั่นเอง9.

9. Route 622 (SVALVOGAR Road ),Iceland Route

622 ที่มีความยาว 13 ไมล์ ให้ทัศนียภาพอันน่าทึ่งของแนวชายฝั่งไอซ์แลนด์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ถนน SVALVOGAR เชื่อมโยงไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยหิมะถล่ม หิมะตกหนัก และลมแรง ซึ่งอาจทำอันตรายได้เนื่องจากพื้นที่เต็มไปด้วยหินขรุขระ และทางเดินหินที่แคบ แต่สำหรับช่วงฤดูปลอดภัย ก็จะช่วยให้คุณมีความท้าทายระหว่างทาง ซึ่งมันเป็นเรื่องสนุก จะมีสภาพอากาศเลวร้ายในช่วงเดือนพฤศจิกายน ถึงเมษายน ซึ่งเส้นทางนี้จะปิดให้บริการ

8. Taroko Gorge Road, Taiwan

TAROKO หมายถึง งดงามและยอดเยี่ยม เป็นคำที่มีความหมายสำหรับทิวทัศน์ของอุทยานแห่งชาติ ถนนช่องเขาประกอบไปด้วยอุโมงค์ที่เจาะเลาะภูเขา ใช้ระยะเวลาในการสร้าง 5 ปี ความยาว 1.3 กิโลเมตร สูง 4.5 เมตร ถนนสายนี้เชื่อมต่อชายฝั่งตะวันออกและตะวันตกของประเทศ ผ่านทางเลี้ยวโค้ง ทางแคบ และโค้งมน บางครั้งจะมีแผ่นดินไหวและพายุไต้ฝุ่น เป็นเส้นทางที่ทรหดสุดๆ

7. Engineer Pass, USA

เส้นทางประวัติศาสตร์ที่ขรุขระ และยากลำบาก ความสูง 12,800 ฟุต เหนือระดับน้ำทะเล ในสหรัฐอเมริกา เป็นหนึ่งในเส้นทางที่สวยที่สุดของโคโลราโด ถนนส่วนใหญ่เป็นลูกรังถูกสร้างขึ้นโดยวิศวกรชาวรัสเซียชื่อ Otto Mears ถนนเส้นนี้ไม่สามารถใช้ได้ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม ถึงปลายเดือนพฤษภาคม บางส่วนของถนนมีหิมะมาก อาจมีหิมะถล่มรุนแรงที่สามารถคร่าชีวิตนักเดินทาง ซึ่งมันเกิดขึ้นได้ทุกที่

6. Zoji La Pass, India

จัดว่าเป็นถนนในประเทศอินเดียที่แคบมาก โดยเฉพาะหากมีไกด์หรือนักท่องเที่ยว ผู้คนและรถของนักเดินทางจากทั้งสองทิศทางจะมารวมกัน และนั่นยังไม่รวมฝูงแพะและแกะที่จะมารวมกันที่นี่! ถ้าพลาดแม้แต่นิดเดียว รถอาจตกจากหน้าผาได้ นั่นหมายถึงอันตรายถึงชีวิต ความสูงโดยประมาณ 11,575 ฟุต

5. Fairy Meadows Road, Pakistan

ถนน Fairy Meadows ยาว 10 ไมล์ และสูงถึง 3,300 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล เป็นเส้นทางที่จะไปสู่ยอดเขา Nanga Parbat เส้นทางนี้แสนอันตราย เพราะบางทีอาจต้องเจอกับพายุหิมะถล่ม ถนนเส้นนี้เป็นที่ราบบนหุบเขา ที่มีทัศนียภาพสวยงามมาก และแน่นอน มันไม่มีรั้วกั้นเพื่อความปลอดภัย ใช้เวลา 1 ชั่วโมงในการเดินทางบนถนนเส้นนี้ เสี่ยงตายสุดๆ

4. BAM Road, Russia

ถนนเส้นนี้ถูกสร้างขึ้นเป็นถนนให้บริการสำหรับรถไฟ Baikal Amur Mainline ทอดยาว 2,700 ไมล์ ถนนนี้เต็มไปด้วยซากไม้ และสะพานที่หัก และหลุ่มบ่ออีกนับไม่ถ้วน ผู้คนมักชอบปั่นจักรยาน หรือมอเตอร์ไซต์เพื่อเผชิญกับความท้าทายนี้ และมักจะพบกับเส้นทางที่ปิดเพราะสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย ควรตรวจสอบดอกยางและสภาพรถก่อนมา เนื่องจากยานพาหนะต้องต่อสู้กับการข้ามลำห้วยที่ไหลเร็ว และภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยโคลนตลอดทั้งปี

3. Sichuan – Tibet Highway, China

ด้วยความสูงเฉลี่ย 4,000 เมตร ทางหลวงเสฉวน – ทิเบต เป็นถนนแห่งการจราจรที่บ้าคลั่งที่สุดสายหนึ่งของโลก มีแผ่นดินถล่มและหินถล่มเป็นเรื่องธรรมดาที่นี่ การเดินทางไปตามความยาวของทางหลวงอาจใช้เวลาสูงสุด 15 วัน ในปี 2011 มีรายงานว่ามีรถบัสที่เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตอันน่าเศร้าของผู้โดยสารKarakoram Highway, China – Pakistan

2. Karakoram Highway, China – Pakistan

เส้นทางที่หลุดโลกนี้ ใช้เวลาในการสร้าง 27 ปี ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 4,693 เมตร เป็นเส้นทางมิตรภาพระหว่างจีน – ปากีสถาน เป็นถนนที่เชื่อมโลกสองโลกเข้าด้วยกัน ระหว่างโลกตะวันตกและโลกตะวันออก ถนนสายนี้เป็นที่ชุมนุมของเทือกเขาหิมาลายัน เทือกเขาคาราโครัม และฮินดูกูซ ถือว่าเป็นเส้นทางสูงยาวและน่าหวาดเสียวที่สุด จนได้รับการบันทึกไว้ในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก

1.Yungas Road (Death Road), Bolivia

“ถนนแห่งความตาย” ระยะทาง 43 ไมล์เชื่อมต่อโคโรโค และลาปาซเมืองหลวงของโบลิเวีย ระดับสูงสุดของเส้นทางอยู่ที่ 4,650 เมตร ฉายาถนนแห่งความตายไม่ได้ได้มาเล่นๆ เพราะถนนสายนี้เคยสังหารคนเป็นร้อยๆ คนที่เกิดจากอุบัติเหตุทั้งสิ้น มีนักท่องเที่ยวเสียชีวิตเกือบ 300 คนทุกปีที่ใช้ถนนเส้นนี้ ถือว่าเป็นถนนที่เลวร้ายที่สุดของโบลิเวีย เส้นทางรถทั้งสองทิศทางแทบจะสวนกันไม่ได้เลย นั่นเป็นอะไรอะไรที่น่าหวาดเสียวสุดๆ ยกให้เป็นอับดับหนึ่งเลยจริงๆ

ขอขอบคุณเครคิตจาก realtimecarmagazine

Back To Top