skip to Main Content

TOPTHAI TOPTEN 10 อันดับเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกประจำปี 2021

10.เมืองบริสเบน (Brisbane Australia)

(92.4คะเเนน)

บริสเบนเมืองหลวงของรัฐควีนส์แลนด์ เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่อันดับที่ 3 ของออสเตรเลีย มีแม่น้ำบริสเบนไหลผ่านกลางเมือง จุดเด่นของบริสเบนคือสภาพกาศที่อบอุ่นตลอดทั้งปี จึงเหมาะแก่การทำกิจกรรมกลางแจ้ง เสน่ห์อีกอย่างคือมีทุกอย่างครบ ทั้งอาคารสไตล์โคโลเนียล มีหาดจำลองสตรีท บีช คาเฟ่ร้านกาแฟ มิวเซียม เป็นต้น

9.เมืองเมลเบิร์น (Melbourne Australia)

(92.5คะเเนน)

เมลเบิร์นเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของออสเตรเลีย รองจากนครซิดนีย์ และมักติดอันดับเมืองน่าอยู่หลายปี เนื่องจากเมลเบิร์นเป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม มีแหล่งช้อปปิ้ง เป็นเมืองแฟชั่น และมีสถานท่องเที่ยวมากมาย จึงไม่แปลกใจที่คนจากหลายชาติจะเดินทางมาท่องเที่ยวและอยู่อาศัยจำนวนมากทุกปี

8.เมืองเจนีวา (Geneva Switzerland)

(92.5คะเเนน)

เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของสวิตเซอร์แลนด์ และมีพรมติดกับฝรั่งเศส ทำให้ใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นหลัก มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่างทะเสสาบเจนีวา และน้ำพุเจ็ทโด้ (The jet d’Eau) เป็นแลนมาร์คของเมือง

7.เมือง ซึ่งซูริค (Zurich Switzerland)

(92.8คะเเนน)

เมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ และเป็นเมืองชั้นนำของโลก ศูนย์กลางทางการเงินขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง ซึ่งซูริคมักถูกจัดอันดับให้เป็นเมืองน่าอยู่จากหลายๆ สื่อเป็นประจำทุกปี

6.เมือง เพิร์ท (Peth Australia)

(93.3คะเเนน)

อีกหนึ่งเมืองของออสเตรเลียที่อยู่ในการจัดอันดับครั้งนี้ เพิร์ทเป็นเมืองหลวงของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ได้ชื่อว่าเป็นเมืองการศึกษา เพราะหลายสถาบันการศึกษาในเมืองเพิร์ทได้รับการยอมรับ และมีคนมาเรียนอย่างต่อเนื่องทุกปี นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ มีชายหาดที่สวยงามเหมาะแก่การเล่นเซิร์ฟอีกต่างหาก

5.เมือง โตเกียว (Tokyo Japan)

(93.7คะเเนน)

โตเกียว เมืองหลวงของญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในมหานครใหญ่ของโลก ที่มีผู้คนเดินทางทั้งทำงาน อยู่อาศัย และท่องเที่ยวอย่างไม่ขาดสาย มีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม อาหาร และแฟชั่น

4.เมืองเวลลิงตัน (Wellington New Zealand)

(93.7คะเเนน)

เวลลิงตัน (Wellington) เป็นเมืองหลวงของนิวซีแลนด์ เป็นที่รู้จักกันในชื่อ ‘เมืองแห่งสายลม’ เนื่องจากเป็นภูมิภาคที่มีสายลมพัดผ่านมากที่สุดของนิวซีแลนด์ เวลลิงตันเป็นที่ตั้งของรัฐสภา สถานทูต และกงสุลต่างๆ เป็นศูนย์กลางของศิลปวัฒนธรรมและความมีชีวิตชีวา ในเมืองจะเต็มไปด้วยร้านอาหารร้านกาแฟ และกิจกรรมยามค่ำคืน

3.เมือง แอดิเลด (Adelaide Australia)

(94คะเเนน)

แอดิเลด (Adelaide) เป็นเมืองหลวงของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย (South Australia) และเป็นเมืองใหญ่อันดับ 5 ของออสเตรเลีย เสน่ห์ของแอดิเลดคือเป็นเมืองที่เงียบสงบ ไม่พลุกพล่านเท่าซิดนีย์ ค่าครองชีพไม่แพง เหมาะแก่การมาเรียนต่อและอยู่อาศัย

2.เมือง โอซาก้า (Osaka Japan)

(94.2)

โอซาก้าเป็นเมืองที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 และมีประชากรมากเป็นอันดับ 3 ของญี่ปุ่น ถือเป็นเมืองสำคัญทางประวัติศาสตร์ในด้านการค้าและวัฒนธรรม มีฉายาว่า ‘ครัวของชาติ’ เพราะเป็นศูนย์กลางการค้าข้าวของญี่ปุ่นตั้งแต่สมัยเอโดะ และปัจจุบันเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเมืองหนึ่งของญี่ปุ่น

1.เมืองโอ๊คแลนด์ (Auckland New Zealand)

(96.คะเเนน)

โอ๊คแลนด์เป็นเมืองท่าที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและสังคมมากที่สุดของนิวซีแลนด์ ตั้งอยู่ระหว่างอ่าวไวเตมาตา (Waitemata Harbour) และอ่าวมานูเคา (Manukau Harbour) เป็นเมืองที่แวดล้อมด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่ 50 เกาะ และมีภูมิทัศน์ที่สวยงามเนื่องจากขนาบข้างด้วยทะเลทั้งสองด้าน

ขอขอบคุณเครคิตจาก gqthailand

Back To Top