skip to Main Content

TOPTHAI TOPTEN 10 อันดับ สถานีรถไฟที่ดีที่สุดในโลก

10. สถานีรถไฟกัวลาลัมเปอร์ – มาเลเซีย

สถานีรถไฟกัวลาลัมเปอร์ สถานีรถไฟหลักแห่งหนึ่งในเขตกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เปิดใช้งานในปี ค.ศ. 1910 เพื่อใช้งานแทนที่สถานีเก่าก่อนหน้านั้น สถานีรถไฟกัวลาลัมเปอร์เคยเป็นสถานีรถไฟหลักของรถไฟระหว่างเมือง เกอเรตาปีตานะฮ์เมอลายู ก่อนที่จะถูกแทนที่ด้วยสถานีรถไฟเซ็นทรัลกัวลาลัมเปอร์ ในปี ค.ศ. 2001 สถานีรถไฟแห่งนี้โดดเด่นในด้านสถาปัตยกรรมผสมผสาน ระหว่างตะวันออกกับตะวันตก สถานีรถไฟแห่งนี้ตั้งอยู่บน ถนนสุลต่านจาลันฮีชามุดดิน หรือ “ถนนแห่งชัยชนะ” และตั้งอยู่ใกล้กับอาคารการรถไฟ, มัสยิดแห่งชาติ, อาคารดายาบูมิ และสถานีรถไฟฟ้า ปาซาร์ เซอนิ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำกลัง

9. สถานีรถไฟคะนะซะวะ – ญี่ปุ่น

สถานีรถไฟคะนะซะวะ เป็นสถานีรถไฟหลักของเมืองคะนะซะวะ จังหวัดอิชิกะวะ ดำเนินงานโดยบริษัทรถไฟญี่ปุ่นตะวันตก (JR ตะวันตก) ร่วมกับบริษัทรถไฟท้องถิ่น รถไฟอิชิกะวะ ถูกสร้างขึ้นในปี 1898 และมีการปรับปรุง ในปี 2005 สถานีรถไฟแห่งนี้ได้ตกแต่งผสมผสานศิลปะแบบตะวันออกของญี่ปุ่น เข้ากับความโมเดิร์นทันสมัยแบบตะวันตก สิ่งที่สวยงามคือซุ้มประตูไม้ขนาดใหญ่ รวมถึงอาคารทรงทันสมัยด้านหลัง ทำให้สถานีรถไฟแห่งนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวและช่างภาพได้อย่างมาก

8. CFM Railway Station – ประเทศโมซัมบิก

CFM Railway Station เป็นสถานีที่ตั้งอยู่ในกรุง มาปูโต ประเทศโมซัมบิก มีรูปแบบของสถานีรถไฟแบบดั้งเดิม อาคารทรงโดมขนาดใหญ่ และโดดเด่นเมื่อมองจากภายนอก ทำให้สถานีรถไฟแห่งนี้ถึงจะผ่านกาลเวลามานาน แต่ก็ยังคงดูสวยงามไม่สร้างเลยล่ะ มองดูแล้วได้กลิ่นไอของความเป็นอดีตและรูปแบบของเมืองนี้ในอดีตอย่างเต็มเปี่ยม

7. สถานีรถไฟเซอร์เคซิ – ประเทศตุรกี

สถานีรถไฟเซอร์เคซิ แห่งนี้เป็นสถานีรถไฟเก่าตั้งแต่ปี 1890 สร้างด้วยศิลปะแบบออตโตมานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงกลายเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเมือง

6. Gare du Nord – ปารีส

สถานี Gare du Nord ถูกสร้างขึ้นในปี 1864 ตั้งอยู่ในกรุงปารีส ฝรั่งเศส ทางซุ้มด้านหน้าของสถานีจะตกแต่งไปด้วยสถาปัตยกรรม ที่สวยงาม มีรูปปั้นของผู้หญิงประดับไว้ 26 ชิ้น และของตกแต่งอีกมากมายทำให้สถานีแห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานีที่สวยงามและน่าท่องเที่ยว

5. สถานีรถไฟ Antwerp Central – ประเทศเบลเยียม

คอมเพล็กซ์หลักของสถานีสร้างขึ้นระหว่างปี 1895 ถึง 1905 ตามพระบรมราชโองการของกษัตริย์ Leopold ที่สอง โดยมีสถาปนิก Louis Delacenserie เป็นผู้ออกแบบ ขอแนะนำให้คุณเข้าสถานีจาก Astrid Square เพื่อให้เห็นความยิ่งใหญ่อลังการอย่างแท้จริง เมื่อเดินผ่านสวนที่ตัดแต่งอย่างเรียบร้อยไป คุณจะพบประตูโค้งทางเข้า อาคารทรงสูงที่ตกแต่งด้วยรูปปั้นสิงโต และจุดสูงสุดของโดมกลางขนาดยักษ์ สถาปัตยกรรมภายในนั้นก็วิจิตรตระการตาไม่แพ้กัน โดมกลางขนาดใหญ่ตกแต่งอย่างมีสีสันด้วยหินอ่อนและหินอื่นๆ กว่า 20 ชนิด

4. สถานีรถไฟอาโตชา – สเปน

สถานีรถไฟ อาโตชา Atocha เป็นสถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในเมือง มาดริด ของประเทศสเปน เปิดใช้งานอาคารผู้โดยสารล่าสุดในปี 1992 โดดเด่นด้วยสไตล์การออกแบบที่โล่งและโปร่งดูสบายตา ตกแต่งด้วยไม้สวนเขตร้อนและดอกไม้นานาชนิด ซึ่งมีพื้นที่อยู่ในสถานีกว่า 4,000 ตารางเมตร

3. สถานีรถไฟนานาชาติแพนแครส – อังกฤษ

สถานีนานาชาติแพนแครส ตั้งอยู่ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นสถานีแบบนีโอโกธิคในกรุงลอนดอน ได้ถูกปรับปรุงโฉมหลังจากเปิดใช้งานตั้งแต่ปี 1868 เปลี่ยนให้หลังคาด้านบนกลายเป็นกระจกใส ช่วยเพิ่มความสว่างสดใสให้กับภายในสถานี และเป็นจุดนับพบ จุดถ่ายรูปที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของมหานครหลวงแห่งนี้

2. สถานีรถไฟฉัตรปติศิวาชี – อินเดีย

สถานีรถไฟแห่งนี้ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอังกฤษชื่อว่า เฟรเดอริก วิลเลียม สตีเฟนส์ (Frederick Willaim Stevens) ในแบบสถาปัตยกรรมฟื้นฟูกอทิกแบบอิตาเลียนผสมผสานกับสถาปัตยกรรมโมกุล สร้างในปีค.ศ. 1887 ในเขตบอริ บันเดอร์ (Bori Bunder) ของบอมเบย์ เพื่อเฉลิมฉลองพระราชพิธีกาญจนาภิเษกของสมเด็จพระจักรพรรดินีวิกตอเรีย

โดยสร้างเพื่อเป็นสถานีรถไฟแห่งใหม่ (ในสมัยนั้น) ที่ตั้งอยู่บริเวณที่เดิมของสถานีรถไฟบอริบันเดอร์เดิม[1] และยังเป็นสถานี่รถไฟที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่นที่สุดในประเทศอินเดีย[2] โดยใช้เป็นสถานีปลายทางสำหรับรถไฟทางไกล และรถไฟขนส่งในเขตปริมณฑลของมุมไบอีกด้วย ในปีค.ศ. 1996 สถานีปลายทางวิกตอเรีย ได้เปลี่ยนชื่อเป็น สถานีฉัตรปติศิวาชี จนกระทั่งปัจจุบัน โดยเรียกชื่อย่อว่า “CST” (หรือ VT/CSTM)

1. Grand Central Terminal – อเมริกา

สถานีรถไฟ Grand Central Terminal สร้างขึ้นในปี 1913 เป็นสถานีที่โดดเด่นในเรื่องการตกแต่งที่สวยงามด้วยบันไดหินอ่อน และโคมไฟระย้าที่ส่องแสง อีกทั้งยังเคยเป็นฉากในการถ่ายทำภาพยนตร์ชื่อดังของฮอลีวูด คือเรื่อง Carlito’s Way และ The Godfather อีกด้วย

ขอของคุณเครดิตจาก mynewbogeddess.blogspot

Back To Top