skip to Main Content

TOPTHAI TOPTEN 10 ประเทศที่น้อยคนจะรู้จัก แต่ควรค่าแก่การไปเยือนมาก

10. ประเทศตูวาลู (Tuvalu)

ประเทศตูวาลู เดิมรู้จักกันในชื่อหมู่เกาะเอลลิซ ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างออสเตรเลียและฮาวาย มันเป็นประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งแน่นอนว่าวิวสวย ๆ ของชายหาดและน้ำทะเลเป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือน ใครที่สนใจอยากมาว่ายน้ำชมปะการังหรือทำกิจกรรมทางน้ำก็ควรเดินทางมาในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม เพื่อหลีกเลี่ยงสภาพอากาศแปรปรวนต่างๆ

9. ประเทศไอวอรีโคสต์ หรือโกตดิวัวร์ (Ivory Coast)

หลายคนอาจไม่คุ้นหูกับประเทศนี้สักเท่าไร ซึ่งไอวอรีโคสต์เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก และมีชายแดนติดกับประเทศบูร์กินาฟาโซ ในอดีตทางชายฝั่งของที่แห่งนี้เคยรุ่งเรืองจากการค้าขายทางน้ำ กระทั่งต้องเผชิญกับปัญหาสงครามกลางเมือง อย่างไรก็ตาม ไอวอรีโคสต์ก็ยังขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของชายหาด ท้องทะเล เขตป่าฝน ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่รักการผจญภัยสุด ๆ สำหรับช่วงเวลาที่เหมาะแก่การมาเยือน ได้แก่ เดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนมีนาคม

8.ประเทศบูร์กินาฟาโซ (Burkina Faso)

บูร์กินาฟาโซ ประเทศในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก ดินแดนซึ่งไม่มีทางออกสู่ทะเล ทว่าเสน่ห์ของบูร์กินฟาโซอยู่ที่เอกลักษณ์ของคนในท้องถิ่นที่ดำรงชีวิตแบบดั้งเดิมจนถึงปัจจุบัน หากคุณเป็นคนที่ชอบศึกษาวัฒนธรรมชุมชนหรือวิถีชีวิตต่างแดนก็ห้ามพลาดที่จะมาเยือน ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การมาเที่ยวประเทศบูร์กินาฟาโซคือ ระหว่างกลางเดือนตุลาคมไปจนถึงเดือนธันวาคม

7.ประเทศนาอูรู หรือสาธารณรัฐนาอูรู (Nauru)

ประเทศเพื่อนบ้านทางทะเลกับประเทศคิริบาส ซึ่งตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกเช่นเดียวกัน แม้จะอยู่ห่างไกลแต่ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่ประชากรมีความมั่งคั่งจากการค้าขายหินฟอสเฟต ซึ่งมีแร่สำคัญสำหรับใช้ทำปุ๋ยเคมี และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญคือ Command Ridge พื้นที่ซึ่งเป็นฐานทัพสำคัญของญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

และแน่นอนว่าน้ำทะเลใส ๆ กับหาดทรายสวย ๆ ก็ทำให้คุณสดชื่นขึ้นได้อย่างแน่นอน ช่วงที่ดีที่สุดในการไปเยือนประเทศนาอูรูคือ ตั้งแต่เดือนมีนาคมไปจนถึงตุลาคม

6. ประเทศอาเซอร์ไบจาน (Azerbaijan)

อาเซอร์ไบจาน ตั้งอยู่ระหว่างยุโรปตะวันออกและเอเชียตะวันตก และมีชื่อเสียงด้านการส่งออกน้ำมันรวมทั้งประวัติศาสตร์อันยาวนาน จึงถือเป็นปลายทางในฝันสำหรับนักท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่อยากแกะรอยอดีตมารื้อฟื้นในยุคปัจจุบันอีกครั้ง สถานที่น่าสนใจซึ่งห้ามพลาดเลยก็คือ Maiden’s Tower หอคอยใจกลางน้ำที่ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่า บากู (Baku) เมืองหลวง

และเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ รวมทั้ง Khan’s Palace พระราชวังเก่าแก่แถมยังมีบรรยากาศร่มรื่นอีกด้วย ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไปเยือนอาเซอร์ไบจานคือ เดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน ซึ่งช่วงเวลานี้ดอกไม้กำลังบานสะพรั่งเลย

5.ประเทศทาจิกิสถาน หรือสาธารณรัฐทาจิกิสถาน (Tajikistan)

ประเทศที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขาและไม่มีทางออกสู่ทะเล มีอาณาเขตติดกับจีน, อัฟกานิสถาน, อุซเบกิสถาน และคีร์กีซสถาน และด้วยอยู่ล้อมรอบภูเขาเช่นนี้เองจึงถือเป็นสวรรค์ของนักปีนเขาและนักเดินทางที่ชอบท่องเที่ยวสไตล์แอดเวนเจอร์จากทั่วโลก

และถึงแม้จะไม่มีดินแดนติดน้ำทะเล แต่ก็ใช่ว่าดินแดนแห่งนี้จะแห้งแล้ง ตรงกันข้ามมันยังมีทิวทัศน์ที่สมบูรณ์โดยเฉพาะภูเขา Wakhan, Penjikent และภูเขา Fan สำหรับช่วงที่ดีที่สุดที่จะไปเยือนทาจิกิสถานคือ ช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน

4.ประเทศคิริบาส (Kiribati)

ประเทศเกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก และยังขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีความน่าประทับใจทั้งผู้คนในท้องถิ่นและสถานที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะในเรื่องการตกปลาและวัฒนธรรมล้ำค่า แม้อากาศจะร้อนตลอดทั้งปีก็ยังมีชายหาดและน้ำทะเลสวย ๆ พร้อมจิบค็อกเทลให้คุณสดชื่น ที่สำคัญอย่าลืมพกครีมกันแดดติดกระเป๋าไปด้วยนะ

3.ประเทศวานูอาตู หรือสาธารณรัฐวานูอาตู (Vanuatu)

วานูอาตู มีลักษณะภูมิประเทศเป็นเกาะซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก อีกทั้งยังเป็นเกาะที่เจมส์ คุก นักสำรวจและนักเดินเรือชาวอังกฤษในตำนาน เคยเดินทางไปยังที่แห่งนี้ เพื่อทำแผนที่และสำรวจดินแดนดังกล่าวด้วย

และหากว่าคุณอยากเดินรอยตามเจมส์ คุก ก็สามารถมาท่องเที่ยวได้ในช่วงเดือนพฤษภาคมและเดือนตุลาคม ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวจะมีกิจกรรมสนุก ๆ ให้คุณทำไม่รู้เบื่อ ทั้งเทศกาลงานรื่นเริง, ดำน้ำชมปะการัง และสำรวจซากเรือล่มใต้ท้องทะเล รวมทั้งลิ้มรสอาหารจานเด็ด

2. ประเทศบรูไน

ถึงจะตั้งอยู่ในโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เหมือนกับประเทศไทย แต่ “บรูไน” ประเทศเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียว ก็ยังมีอะไรให้น่าค้นหาไม่น้อย ประเทศเล็ก ๆ แห่งนี้ยังเต็มไปด้วยยอดเขาสูงวัดใจนักไต่เขาถึง 9 แห่ง ในระดับความสูงตั้งแต่ 772 ฟุต ไปจนถึง 3,772 ฟุต เลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ ใครที่เป็นนักท่องเที่ยวผู้รักการผจญภัยห้ามพลาดเลย หรือใครที่ชื่นชอบการแข่งขันเบสบอลก็มาชมกันสด ๆ ได้ที่สนาม Sultan Hassanal Bolkiah รวมทั้งห้ามพลาดไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ Malay Technology กันนะ สำหรับช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการมาเยือนบรูไนคือ เดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ เนื่องจากเดือนอื่น ๆ ที่เหลือมีอากาศร้อนสุดๆ

1.ประเทศคีร์กีซสถาน หรือสาธารณรัฐคีร์กีซ (Kyrgyzstan)

ประเทศที่ตั้งอยู่ใจกลางทวีปเอเชียระหว่างประเทศจีนและประเทศคาซัคสถาน เดิมเคยตกเป็นเมืองขึ้นสมัยสหภาพโซเวียต ก่อนจะเป็นอิสระในปี ค.ศ. 1991

และด้วยความที่เป็นประเทศซึ่งน้อยคนจะรู้จักก็ทำให้มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ซึ่งทิวทัศน์บริเวณทะเลสาบ Sary-Chelek และหุบเขาสีเขียวจะทำให้คุณสนุกไปกับการผจญภัยแน่นอน ช่วงที่เหมาะแก่การมาเยี่ยมชมมากที่สุดคือ ช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน เพราะอากาศกำลังดีและไม่ต้องประสบกับสภาพฝนตกหนักหรืออากาศที่หนาวเย็นนั่นเอง

ขอขอบคุณเครดิตจาก travel.kapook

Back To Top