skip to Main Content

TOPTHAI TOPTEN 10 เจ้าของบ้านหัวดื้อที่ไม่ยอมย้ายออกไปไหนง่ายๆ

อันดับ 10. บ้านของคุณยายเมซฟิลด์ใจกลางห้างสรรพสินค้า

บ้านเล็กๆหลังนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาดเล็ก บริเวณใจกลางห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ในย่านบัลลาร์ต เมืองซีแอตเทิล โดยมีเรื่องราวอันหน้าทึ่ง และเป้นแรงบันดาลใจให้กับบริษัทการ์ตูนเอนิเมชั่นชื่อดังอย่างพิกซ่าร์ ในเรื่อง ‘Up ปู่ซ่าบ้าพลัง’ ที่พวกเราหลายคนชื่นชอบ ซึ่งเป็นของคุณยายเมซฟิลด์ อายุ 84 ปี จากบ้านเก่าที่มีชื่อเสียงในย่านที่เงียบสงบหลังนี้นี้ ต่อมาได้ถูกแทนที่ด้วยร้านจำหน่ายเสื้อผ้าแฟชั่นผู้หญิง ร้านอาหาร

และคอนโดมิเนียมมากมาย เมื่อนักพัฒนาได้เข้ามาเสนอเงินมูลค่าหลักล้านให้กับคุณยาย ซึ่งเธอก็ได้ปฎิเสธไป อย่างไร้เยื่อใย ดังนั้นนักพัฒนาจึงไม่มีทางเลือก และสร้างห้างสรรพสินค้าบริเวณรอบบ้านของเธอแทน แต่ใครจะไปรู้ว่า คุณยายผู้แสนจะดื้อรั้น และหัวหน้าผู้รับเหมาก่อสร้างอย่าง Barry Martin จะสนิทกัน โดยแบรี่ได้ดูแลคุณยายและร้านขายยาของเธอ จนกระทั่งคุณยายได้จากไปด้วยอายุ 87ปี โดยได้ยกบ้านของเธอให้กับหัวหน้าผู้รับเหมาคนนี้ด้วย

อันดับ 9. หลู เป่าเฉิน

ถือว่าเป็นเจ้าของบ้านที่หัวแข็งอีกคนนึง ที่ไม่ยอมทิ้งอพาร์ทเท้นท์เก่าๆหลังนี้ ซึ่งตั้งอยู่กลางถนนในเมืองเวิ้นหลิง ในมนฑลเจ้อเจียงเหมือนกับคนอื่นๆ โดยหลู เป่าเฉิน และภรรยาของเขายืนยันว่าจะอาศัยอยู่ในอาคารที่ถูกทุบไปแล้วครึ่งนึงแห่งนี้จริงๆ

เนื่องจากค่าชดเชยการย้ายที่อยู่ที่รัฐบาลเสนอให้ไม่เพียงพอ ด้วยเหตุผลนี้เองจึงทำให้อพาร์ทเม้นท์สภาพไม่สมบูรณ์หลังนี้ยังคงตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวกลางถนน ซึ่งแน่นอนว่าสร้างความสงสัยให้แกผู้ขับขี่รถยนต์ที่สัญจรไปมาบนถนนเส้นนี้เป็นอย่างมากว่าทำไมพวกเขายังขวางทางการจราจรอยู่แบบนี้ แต่ถึงอย่างนั้นสองสามีภรรยาก็ยังคงอาศัยอยู่ในห้องด้านในสุดเพื่อความปลอดภัย แม้ว่าเหล่าเพื่อนบ้านบริเวณรอบๆจะย้ายออกกันไปนานแล้วก็ตาม

อันดับ 8. หยาง

เห็นครั้งแรกก็อาจจะทำให้นึกถึงบ้านที่รอดจากสงครามและระเบิดครั้งใหญ่ยังไงหยั่งงั้น ซึ่งอาคารเดี่ยวสามชั้นแห่งนี้อยู่ในเมืองซีฉาง มณฑลหูเป่ย บริเวณใจกลางของสถานที่ก่อสร้างของสวนอุตสหกรรมไฮเทค และเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่ต้องยอมแพ้ใก้แก่การพัฒนาเมืองอย่างรวดเร็ว บ้านเดี่ยวที่ล้อมรอบด้วยกองดินที่เหลือจากการสร้างหลังนี้เป็นของ ไช นามสกุล หยาง ซึ่งปฎิเสธที่จะย้ายในระหว่างเจรจากับหน่าวยงานของรัฐบาลในท้องถิ่นเป็นเวลาเกือบ 2ปี ในปี 2012 โดยหยางไม่สามารถตกลงค่าชดเชยการย้ายที่อยู่กับเจ้าหน้าที่รัฐได้

และหลังจากนั้นนักพัฒนาที่ดินก็ทำการตัดระบบน้ำปะปา และไฟฟ้าของเขาเพื่อเร่งกดดัน ดังนั้นหยางและครอบครัว จึงย้ายออกไปชั่วคราวและไปอาศัยอยู่ที่บ้านเช่า ในขณะที่ลูกสะใภ้ของเขาให้กำเนิดหลาน แต่เนื่องจากเหตุผลทางเศรษฐกิจในเวลาต่อมาครอบครัวของหยางจึงย้ายกลับไปที่บ้านหลังเดิม โดยหันมาใช้น้ำจากแม่น้ำที่อยู่ห่างไกลจากที่นั้นมากกว่า 1กิโลเมตร รวมทั้งใช้เทียนและโคมไฟในการให้แสงสว่างแทนไฟฟ้าปกติอีกด้วย

อันดับ 7. อาคารมุมตึกมูลค่าหลักล้านดอลล่าร์

มุมตึกอายุหลายทศวรรษนี้ถูกซ่อนอยู่หลังป้ายโฆษณาย่านช็อปปิ้ง ซึ่งผู้ซื้อหลายคนอาจจะไม่เคยสังเกตเลย แม้ว่าห้าง Macys จะเช่าพื้นที่ด้านบนอาคาร 5ชั้นแห่งนี้ แต่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของห้างซึ่งเป็นหนึ่งในร้านที่มีชื่อเสียงที่สุดในนิวยอร์ก ราวๆปี 1900 ห้าง Macys ตั้งอยู่ที่ถนนเวสท์ หมายเลข14 ได้ซื้อที่ดินในเฮลล์ลันแสคว ได้สร้างแหล่งช็อปปิ้งสินค้าขนาดใหญ่ ด้วยทางห้างได้ทำข้อตกลงว่าจะซื้อมุมตึกที่34

และถนนบอร์ดเวย์ แต่เรื่องกลับพลิกผันเนื่องจากอาคารที่อยู่บริเวณหังมุมนั้นถูกซื้อไปโดย Robert H. Smith ด้วยราคา 12ล้านบาท เพื่อขัดขวางห้าง Macys ไม่ให้เป็นห้างใหญ่ที่สุดในโลก คาดว่า Robert H. Smith อาจจะเป็นขู่แข่งของห้าง Macys มาก่อน

อันดับ 6. บ้านกลางถนนทางด่วนในจีน

เรียกได้ว่าดื้อกันสุดๆสำหรับเจ้าของบ้านหลังนี้ที่ไม่ปรากฎชื่อ ในย่อนลู่โถว เขตเจินไฮ่ จังหวัดเจ้อเจียง ถนนเส้นใหม่ที่กำลังจะสร้างขึ้นถูกบ้านหลังนี้ขวางไว้อยู่และเจ้าของบ้านไม่ยอมขายบ้านให้กับนักพัฒนาที่ดิน ดังนั้นพวกเขาจึงถูกกดดันให้รีบตัดสินใจขายให้เร็วที่สุด โดยการสร้างถนนตรงนั้นขึ้นมาซะเลย แต่เจ้าของบ้านหลังนี้กลับดื้อไม่ยอมขาย และยังอยู่ตรงนั้นได้ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดังนั้นผู้ใช้ถนนทุกคันจะต้องขับอ้อมบ้านหลังนี้

อันดับ 5. ออสติน สปริกส์

ตึกสถาปัตยกรรมเก่าขนาดเล็กที่แทรกอยู่กับตึกสูงหลายแห่งใจกลางเมืองวอชิงตันตั้งแต่ปี 1980 แห่งนี้ เป็นของชายที่ชื่อว่า Austin Spriggs โดยนักพัฒนาที่ดินใกล้เคียงได้พยายามเสนอเงินเป้นล้านเพื่อให้เขาย้ายออกจากบริเวณนี้ แต่เขาก็ปฎิเสธและเรียกร้องเงินเพิ่มหลังจากทางผู้เสนอราคาเงียบไป เขาจึงได้เปลี่ยนตึกเก่าให้เป้นร้านพิซซ่า

และขายให้แก่ลูกค้าที่ไม่เคยมาเยือน หลังจากนั้น 4ปีต่อมา บริเวณข้างเคียงของเขาก็เต็มไปด้วยกระจกเหล็กและอิฐสำหรับก่อสร้าง ทำให้เขาต้องปิดร้านพิซซ่าไปและต้องขายตึกหลังนี้ไปหลังจากถูกธนาคารขู่ว่าจะยึดทรัพย์มูลค่า 48ล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าเกือบครึ่งนึงที่นักพัฒนาได้เสนอให้เขาก่อนหน้านี้ สุดท้ายเขาก็ขายตึกนี้ไปในปี 2011 ในมูลค่า 24ล้านบาทเอง

อันดับ 4. บ้านสวนกลางสนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น

ยังมีเจ้าของบ้านที่หัวแข็งอีกคนนึงที่ไม่ยอมย้ายออกไปง่ายๆ โดยเจ้าของบ้านรายนี้ปฎิเสธที่จะย้ายออกไปจากบริเวณนี้ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางสนามบินและไม่หวั่นว่าจะต้องพบกับแรงสั่นสะเทือนจากเที่ยวบินขึ้นหรือลงเลยแม้แต่น้อย ตั้งแต่สนามบินเปิดทำการมีเครื่องบินประมาณ 90ลำต่อวันได้บินข้ามเขตบ้านของเขา

อันดับ 3. หนิว ชวงเฉิน และจาง จงกยูน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในปี2012 โดยเขาทั้ง2คนได้ยืนหยัดและต่อด้านโครงการพัฒนาพื้นที่อสังหาริมทรัพย์ในเมืองโจชัว โดยพวกเขาต้องอาศัยอยู่ท่างกลางตึกล้อมรอบ และสูงเหมือนอยู่บนเกาะ และพวกเขาก็ยังถูกอันธพาลแถวนั้นรังแกอยู๔ตลอดเวลา ซึ่งพวกเขาก็พยายามต่อสู้เพื่อความอยู่รอดและไม่ให้พวกอันธพาลทำอันตรายบ้านของพวกเขาอย่างผิดกฎหมายได้

อันดับ 2. สองบ้านกลางทางด่วน 360 องศา

เชื่อว่าคนสร้างถนนนี้คงถือคติว่าถ้าสร้างถนนทะลุบ้านหลังนี้ไม่ได้ ก็ต้องสร้างล้อมรอบบ้านแทนแน่ๆ เนื่องจากพวกเขาประสบปัญหากับเจ้าของบ้านหัวดื้อที่ไม่ยอมย้ายออกไปสักที ดังนั้นพวกเขาจึงต้องใช้มาตรการนี้เข้ามาจัดการให้อยู่หมัด

โดยการสร้างถนนทางด่วนล้อมรอบตัวบ้านแทน หลังจากถูกปฎิเสธจากเจ้าของบ้านและไม่ยอมหลีกทางให้รถเกลี่ยดิน

อันดับ 1. บ้านสวนกลางถนนทางหลวงในจีน

ผู้ชับขี่รถยนต์บนถนนเส้นนี้ที่สร้างขึ้นในปี 2014 คงเคยคิดว่าตัวเองอยู่บนถนนยาวเยียดที่ไม่มีวันสิ้นสุด จนกระทั่งได้มาพบกันบ้านสวนที่ตั้งขวางเส้นทางแห่งนี้เข้า ซึ่งผู้ที่เคยอาศัยอยู่บริเวณนั้นได้ยอมรับข้อเสนอและย้ายออกไปก่อนเพื่อให้ทางการได้สร้างถนนตรงนั้น แต่มีคู่สามีภรรยาที่ไม่ยอมรับข้อเสนอ เพราะคิดว่าข้อเสนอนั้นยังไม่เพียงพอ ดังนั้นเขาจึงไม่ยอมย้ายออกไปจากบริเวณนั้นเหมือนกับเพื่อนบ้านคนอื่นๆ

ขอขอบคุณเครดิตจาก pangpang.kr

Back To Top